ร่างกายของเรามักแสดงออกเป็นอากัปกิริยาต่างๆ ที่หลายครั้งเราแสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัว จริงๆแล้วท่าทางและการแสดงออกของมนุษย์ล้วนแฝงไปด้วยความหมาย ซึ่งหากเราหมั่นเป็นคนช่างสังเกตก็จะช่วยให้เราเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในสีหน้า ท่าทาง และการกระทำของบุคคลอื่นได้

1. ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ – ผู้เชี่ยวชาญพบว่าคนที่กำลังโกหกมักจะมีสายตาที่วอกแวกหรือหลีกเลี่ยงที่จะสบตากับคู่สนทนา หรือการกลอกตาไปมาอาจหมายความว่าเขากำลังนึกคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ในหัว

2. การวางแขน – คนที่วางแขนไว้ในระดับเอวหรือใช้มือเท้าเอว มักเป็นสัญญาณว่าเขาหรือเธอกำลังแสดงอาณาเขตหรือแสดงอำนาจของตนเอง ในขณะที่การนำมือมากอดอกมักแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกไม่สบายใจ รู้สึกอึดอัด และปิดกั้นตนเองออกจากคู่สนทนาหรือบรรยากาศรอบๆตัว

3. เท้า – เป็นส่วนที่ใครหลายคนมักไม่ให้ความสนใจ แต่จริงๆ แล้วเท้าเป็นส่วนที่แสดงออกถึงความสนใจของคู่สนทนาได้อย่างแท้จริง หากปลายเท้าชี้ขึ้นแสดงว่าเขาหรือเธอนั้นรู้สึกดีใจ อารมณ์ดี แต่ถ้าหากว่าปลายเท้าหันเฉไปในทิศทางอื่นแสดงว่าเขาไม่ได้มีความสนใจในเรื่องนั้นหรือกำลังปลีกตัวออกห่างจากคู่สนทนา

4. การแตะหรือถูจมูก – มีงานวิจัยพบว่าการสัมผัสหรือถูไปที่จมูกแสดงให้เห็นว่าคู่สนทนาของเรากำลังปิดบังบางสิ่งบางอย่างอยู่ หรืออาจเป็นการไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ฟัง รู้สึกอยากโต้แย้งแต่ยังเก็บอาการไว้อยู่ และถ้าหากมีท่าทางกอดอกร่วมอยู่ด้วยจะหมายความว่าบุคคลนั้นรู้สึกไม่พอใจ หรือมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่

5. ท่านั่ง – การนั่งไขว่ห้างหรือไขว้ขวา เป็นสัญญาณชี้ว่าเขาคนนั้นอาจกำลังใช้ความคิดอยู่ หรือต้องการความสนใจ อยากเอาชนะ ในขณะที่คนที่ชอบนั่งตรงขอบเก้าอี้ แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะลุก พร้อมที่จะปฏิเสธหรือเห็นด้วย และจะรีบออกจากสถานการณ์นั้นๆในไม่ช้านั่นเอง