อัพเดทข้อมูลการซื้อประกันภัยล่าสุด และโปรโมชั่นจากการทำประกันที่น่าสนใจ

รายได้ของผู้กู้

ถึง สูงสุดถึง 80% ของราคารถ ณ ปัจจุบัน

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง 1 ปี (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุผู้สมัคร

รับรถอายุไม่เกิน 15 ปี

รายได้ของผู้กู้

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง คุ้มครองตลอดระยะเวลาเอาประกันของแต่ละบริษัท

อายุผู้สมัคร

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

รายได้ของผู้กู้

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับประเภทประกัน)

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง 1 ปี (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุผู้สมัคร

รับรถอายุ 1-10 ปี

รายได้ของผู้กู้

ถึง สูงสุดถึง 1 ล้านบาท

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง 1 ปี (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุผู้สมัคร

รับรถอายุ 2-10 ปี

รายได้ของผู้กู้

ถึง สูงสุดถึง 2 แสนบาท

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง 1 ปี (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุผู้สมัคร

รับอายุ 60-70 ปี

รายได้ของผู้กู้

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุผู้สมัคร

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

รายได้ของผู้กู้

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุผู้สมัคร

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

รายได้ของผู้กู้

ถึง สูงสุดถึง 10 ล้านบาท

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง 1 ปี (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุผู้สมัคร

รับรถอายุไม่เกิน 20 ปี

รายได้ของผู้กู้

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุผู้สมัคร

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

รายได้ของผู้กู้

ถึง สูงสุดถึง 1 ล้านบาท

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง 30 วัน (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุผู้สมัคร

รับรถอายุไม่เกิน 25 ปี

รายได้ของผู้กู้

ถึง สูงสุดถึง 1.5 ล้านบาท

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง 1 ปี และคุ้มครองต่อเที่ยวกับเดินทาง

อายุผู้สมัคร

แบบรายเที่ยวรับอายุ 1-80 ปี I แบบรายปี 15-65 ปี

รายได้ของผู้กู้

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับประเภทประกัน)

ระยะเวลาคุ้มครอง

ถึง ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับประเภทประกัน)

อายุผู้สมัคร

รับรถอายุ 1-20 ปี

ซื้อประกันจำเป็นอย่างไร? เหตุผล 3 ข้อที่ควรทำประกันในยุคนี้ 

เพราะความไม่แน่นอนในชีวิตเป็นที่มาของการวางแผนทางการเงินในระยะยาว ในเมื่อมีเงินเก็บยังจำเป็นอีกหรือไม่ที่ต้องมีประกัน? ก่อนอื่นต้องเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่าการทำประกันก็เหมือนกับการลงทุนในชีวิต ที่ได้รับความคุ้มครองแตกต่างกันออกไปเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ซึ่งใครจะซื้อหรือไม่ซื้อประกันก็ได้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการของแต่ละบุคคล 

ใครที่ยังลังเลหรือไม่แน่ใจว่าประกันจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคนี้ได้อย่างไร? เรามีเหตุผล 3 ข้อที่อยากให้คุณพิจารณา ไม่แน่ว่าคำตอบที่ได้อาจช่วยให้คุณตัดสินใจทำประกันเก็บไว้สักฉบับก็เป็นได้

  • การทำประกันชีวิตแม้โอกาสที่ได้ใช้บริการหรือรับผลประโยชน์มีน้อย แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุใด ๆ ขึ้น มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบตามประเภทประกันนั้น ๆ 
  • มีหลักประกันในชีวิตที่มั่นคงและเชื่อถือได้ วันใดที่เกิดการสูญเสียขึ้นคนที่อยู่ภายหลังจะไม่ลำบาก
  • ประกันบางประเภทเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การซื้อประกันรถยนต์หากไม่ทำประกันไว้ถือว่าผิด 

ก่อนซื้อประกันต้องเช็คอะไรบ้าง? เปิดรายละเอียดสำคัญที่ต้องรู้

ประกันก็เปรียบเสมือนการลงทุนในชีวิตเพราะฉะนั้นจะต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ซึ่งก่อนทำประกันจะต้องศึกษาและรู้ข้อมูล รายละเอียดต่อไปนี้

เบี้ยประกันและระยะเวลาในการนำส่ง: โดยมากแล้วหากเป็นประกันอุบัติเหตุและประกันรถยนต์จะมีการกำหนดให้ชำระเป็นรายปี โดยราคาประกันอยู่ที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งก่อนที่จะซื้อประกันก็ต้องคำนึงถึงความสามารถทางการเงินในการชำระค่าเบี้ยประกันนั้น ๆ ด้วย

สิทธิประโยชน์และความคุ้มครอง: ที่สำคัญเลยก็คือจะต้องคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้คุณจะต้องทำความเข้าใจอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ซึ่งประเภทประกันต่างกันการได้รับความคุ้มครองก็ต่างกันไปด้วย

ตัวแทนและการให้บริการ: เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก การทำประกันไม่ใช่ว่าทำแล้วก็จบเลย เพราะต้องมีปฏิสัมพันธ์ต่อเนื่องกันตลอด จะเห็นว่าตัวแทนที่สนใจลูกค้ามักจะได้รับความนิยมมากกว่าแม้ราคาจะแพงกว่าลูกค้าก็ยอมที่จะจ่าย

ซื้อประกันแบบไหนดี? ให้ความครอบคลุมทุกด้าน เบี้ยประกันไม่แพงจนเกินไป

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าประกันมีหลายแบบ มีหลายประเภท ซึ่งแน่นอนว่าทั้งในเรื่องราคา, ความคุ้มครอง, สิทธิประโยชน์และผลตอบแทนที่ได้รับก็ย่อมที่จะแตกต่างกันออกไปด้วย ถามว่าถ้าหากมีงบประมาณจำกัดทำประกันประเภทเดียวได้ไหม? คำตอบคือได้แต่ควรทำความเข้าใจรายละเอียดของประกันนั้น ๆ อย่างดีเสียก่อนว่าครอบคลุมในด้านใดบ้าง? หากซื้อประกันสุขภาพแน่นอนว่าประเด็นหลักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสุขภาพเป็นสำคัญ เรื่องอุบัติเหตุหรืออื่น ๆ จะตามมาในภายหลังหรืออาจจะไม่เกี่ยวข้องเลยก็เป็นได้      หากคุณสนใจและเลือกซื้อประกันอุบัติเหตุก็จะได้สิทธิในความคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุเท่านั้นจะไม่เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพแต่อย่างใด  

ถ้าจะให้แนะนำสำหรับที่คิดว่าจะทำประกันเก็บไว้สักฉบับแนะนำว่าให้พิจารณาราคาประกันก่อนเป็นลำดับแรกว่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายกี่บาท? คุ้มครองในเรื่องใดบ้าง? ซึ่งจะเห็นว่าประกันที่นิยมทำกันและมีราคาถูกจะเป็นประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุเสียมากกว่า เพราะเมื่อซื้อประกันสุขภาพและอุบัติเหตุแล้วแน่นอนว่าในเรื่องการค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ได้คุ้มค่ากว่าประกันตัวอื่น ๆ และราคาก็มีให้เลือกหลายแบบไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไปเพื่อรับบริการที่ดีที่สุด 

ประกันแบบใด? ที่จำเป็นต้องมีหากไม่ซื้อประกันเก็บไว้ถือว่าผิด

จริงอยู่ที่การเลือกทำประกันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ ความต้องการและความสนใจของแต่ละบุคคล แต่มีประเภทประกันอยู่รูปแบบหนึ่งที่จำเป็นต้องทำหากใครไม่มีถือว่าผิดกฎหมายและที่สำคัญนำมาซึ่งความเสียหายที่ร้ายแรงทั้งของตนเองและคู่กรณีได้ซึ่งประกันที่ว่านี้ก็คือประกันรถยนต์ โดยการซื้อประกันรถยนต์มีให้เลือกในหลายระดับ หลายราคาและความคุ้มครองที่ได้รับก็ต่างกันด้วย หากเลือกประกันชั้น 1 แน่นอนว่าค่าเบี้ยประกันสูงถึงหลักหมื่นบาทก็จริง แต่บอกเลยว่าการคุ้มครองให้ครบทั้งผู้ทำประกัน คู่กรณี ตัวรถและบุคคลภายนอก แต่ข้อเสียของประกันในลักษณะนี้ก็คือต้องทำทุกปี ไม่เหมือนกับประกันสุขภาพ ประกันออมทรัพย์หรือแม้กระทั่งประกันอุบัติเหตุที่มีให้เลือกได้ว่าจ่ายเบี้ยประกันรายปีหรือจ่ายจนครบกำหนดที่วางเอาไว้ 

วิธีซื้อประกันแบบใดบ้าง? ที่น่าเชื่อถือได้โดยที่ไม่ต้องติดต่อผ่านตัวแทน 

ประกันที่ถูกกฎหมายนอกจากจะซื้อผ่านบริษัทที่ไว้ใจได้แล้ว ตามกฎหมายแนะนำว่าให้ซื้อผ่านตัวแทนที่มีใบอนุญาตเพราะอย่างน้อย ๆ ก็เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้ว่าไม่โดนหลอกอย่างแน่นอน แต่หากไม่สะดวกที่จะติดต่อผ่านตัวแทนหรือเดินทางไปยังสำนักงานแต่หากได้ศึกษาทั้งข้อมูลและรายละเอียดมาอย่างครบถ้วนแล้ว การซื้อประกันออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนไม่ต่างจากการซื้อผ่านตัวแทนเลยก็ว่าได้ ซึ่งโดยมากแล้วจะเห็นว่าทั้งประกันอุบัติเหตุ, ประกันรถยนต์และประกันสุขภาพลูกค้าสามารถซื้อผ่านออนไลน์ได้แล้ว ถามว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร? บอกเลยว่าไม่ต่างกัน ความคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ที่ได้รับก็ยังคงเหมือนเดิม ราคาประกันก็จ่ายเท่าเดิม แต่อยากให้ระวังไว้อย่างหนึ่งว่าในการซื้อ / ทำประกันผ่านแอพ (ออนไลน์) ในบางประเภทได้ถูกกำหนดไว้ว่าเบี้ยประกันไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ทั้งนี้ก่อนดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นควรปรึกษาตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเพื่อให้ได้ประเภทประกันที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด 

แม้การซื้อประกันอาจไม่ใช่เรื่องจำเป็นมากนักแต่อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นว่าเพื่อความมั่นคงและการวางแผนในอนาคตจึงจำเป็นที่ต้องมีประกันไว้รองรับ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประกันในลักษณะใดหรือประเภทใดก็แล้วแต่อยากให้มองถึงความคุ้มครอง สิทธิประโยชน์และการเลือกแผนประกันให้มากที่สุด เบี้ยประกันจะจ่ายถูกหรือแพงก็ต้องให้เกิดความคุ้มค่าเช่นเดียวกัน

บทความและข่าวประกันภัย

ไทยวิวัฒน์ประกันภัยดีไหม? เช็คจุดเด่นของไทยวิวัฒน์ประกันภัย 2022


ไทยวิวัฒน์ประกันภัยดีไหม เปิดรีวิวจากโลกออนไลน์  ไทยวิวัฒน์ประกันภัยเหมาะกับใคร 2565

ประกันสุขภาพเดือนละ 300 ที่ไหนดี มองหาบริษัทประกันสุขภาพรายเดือน


ประกันสุขภาพเดือนละ 300 แนะนำประกันสุขภาพราคาไม่สูง เลือกประกันสุขภาพที่ไหนดี ประกันสุขภาพเดือนละ 300 ที่ไหนแนะนำบ้าง เลือกซื้อประกันสุขภาพถูกประกันสุขภาพที่ไหนดี

ทำประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 ที่ไหนดี? สนใจทำประกันมอไซค์ชั้น 1


ประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 ที่ไหนดี ..เริ่มต้นกี่บาท เลือกทําประกันรถมอเตอร์ไซค์ชั้น 1 ยังไงดี

ผ่อนประกันรถยนต์กับบริษัทไหนดี แนะนำประกันรถยนต์ผ่อนได้สบายๆ


ผ่อนประกันรถยนต์ที่ไหนดี แนะนำประกันรถยนต์แบบผ่อน 2565

ประกัน fwd ดีไหมเช็คเลย! สนใจทำประกันของบริษัทประกัน fwd (ล่าสุด)


ประกัน fwd ดีไหม รีวิวจากผู้ใช้บริการออนไลน์  เจาะลึกข้อมูลบริษัท..บริษัท fwd ดีไหม

การเวนคืนกรมธรรม์คืออะไรเช็คด่วน ต้องการขอเวนคืนกรมธรรม์ 2022


เวนคืนกรมธรรม์คืออะไร คุ้มไหม? เทียบข้อดี vs ข้อเสีย 2565