วงเงิน

สูงสุดถึง 1.5 ล้านบาท

ระยะเวลา

1 ปี และคุ้มครองต่อเที่ยวกับเดินทาง

อายุ

แบบรายเที่ยวรับอายุ 1-80 ปี I แบบรายปี 15-65 ปี

วงเงิน

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลา

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุ

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

วงเงิน

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลา

คุ้มครองตลอดระยะเวลาเอาประกันของแต่ละบริษัท

อายุ

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

วงเงิน

สูงสุดถึง 2 แสนบาท

ระยะเวลา

1 ปี (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุ

รับอายุ 60-70 ปี

วงเงิน

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลา

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุ

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

วงเงิน

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลา

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุ

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

วงเงิน

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลา

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุ

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

วงเงิน

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

ระยะเวลา

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

อายุ

ไม่กำหนด (ขึ้นอยู่กับบริษัทที่เอาประกันภัย)

วงเงิน

สูงสุดถึง 1.1 ล้านบาท

ระยะเวลา

1 ปี (ต่อระยะเวลาคุ้มครองตามการชำระเบี้ย)

อายุ

รับอายุ 15-64 ปี

ประกันภัยคืออะไร? รู้และเข้าใจความหมายง่าย ๆ จากบทความต่อไปนี้

ว่ากันว่านอกจากเงินออมที่มีอยู่ในธนาคารหรือการลงทุนในหุ้นต่าง ๆ แล้วการซื้อประกันภัยหรือไม่ก็ประกันชีวิตเก็บไว้สักฉบับเป็นการสร้างหลักประกันในอนาคตได้ดีเช่นกัน ซึ่งในการทำประกันนั้นต้องประกอบด้วยบุคคล 2 ฝ่ายมีการทำสัญญาร่วมกัน คือผู้รับประกันและผู้เอาประกัน โดยกำหนดให้ใช้หนังสือสัญญาเป็นเอกสารสำคัญในการกำหนดตัวเลขค่าเบี้ยประกันที่ต้องจ่าย ผลประโยชน์และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทุกคนจำเป็นต้องทำประกันไหม? คำตอบคือไม่จำเป็นขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน แต่การประกันภัยบางประเภทเช่น ประกันการเดินทาง msig เป็นต้น กฎหมายกำหนดให้ต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งประกันที่ว่านั้นก็คือประกันที่เกี่ยวกับรถยนต์ เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นความเสียหายที่เกิดขึ้นหรือผลกระทบจะตกอยู่กับคนหลายฝ่าย ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่าข้อดีของการทำสัญญาหรือทำประกันจะช่วยลดความรุนแรงในค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ 

อยากทราบว่าปัจจุบัน (2565) สามารถแบ่งการประกันภัยออกเป็นกี่ประเภท?

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับประกันคงอยากทราบว่าการทำสัญญาประกันแบ่งออกเป็นกี่ประเภท? จริง ๆ แล้วมีอยู่ 2 ประเภทสำคัญ ๆ คือสัญญาที่เกี่ยวกับการประกันชีวิตและสัญญาที่เกี่ยวกับการประกันวินาศภัย ซึ่งประกันภัยแต่ละประเภทค่าเบี้ยประกัน ความคุ้มครอง ระยะเวลาและผลประโยชน์ก็ต่างกันด้วย

ใครเป็นคนกำหนดแผนประกัน เบี้ยประกันและข้อมูล รายละเอียดต่าง ๆ ในกรมธรรม์ประกันภัย? คำตอบก็คือบริษัทประกันภัยนั่นเองขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทแผนการซื้อประกัน ซึ่งเบี้ยประกันมีให้เลือกทั้งจ่ายรายวัน รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือนหรือรายปี

จำเป็นหรือไม่? ประกันภัยที่ถูกและดีต้องซื้อผ่านบริษัทเท่านั้น? 

แม้เบี้ยประกัน ความคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ รวมถึงผลประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นไปตามนโยบายและแผนประกันของบริษัทนั้น ๆ แต่สำหรับการซื้อหรือทำประกันลูกค้าสามาระดำเนินการช่องทางอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องติดต่อบริษัทโดยตรง เช่น

  • ซื้อประกันออนไลน์ โดยสามารถเลือกได้ว่าจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เว็บไซต์หรือ application ของบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับทำประกันภัย ประกันเสียชีวิตทุกกรณีรายปีความรวดเร็วในการดำเนินการและเข้าถึงได้ตลอดเวลาคือข้อดีของการซื้อประกันโดยวิธีดังกล่าว
  • ติดต่อผ่านโบรกเกอร์ประกันภัยหรือตัวแทนขายนั่นเอง ซึ่งการทำสัญญาผ่านโบรกเกอร์โดยมาแล้วจะเป็นประกันเกี่ยวกับวินาศภัยเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะประกันชีวิคนมักจะเลือกและตัดสินใจด้วยตัวเองมากกว่า 

นอกจากนี้ในปี 2022 จะเห็นว่าหากเป็นประกันภัยระยะสั้นจำพวกประกันรถยนต์รายวัน รายเดือนสามารถซื้อผ่านร้านสะดวกซื้อหรือ 7-11 ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะซื้อประกันประเภทใดต้องมั่นใจว่าให้ลประโยชน์และความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุดและเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นแล้วหากได้รับการดูแลหรือติดต่อจากตัวแทนประกันภัยทันทีทันใดก็ช่วยให้การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน